Thursday, December 6, 2012

ซีอาน 9 - ที่มาของชื่อเจดีย์ห่านป่าใหญ่

ก่อนที่เราจะเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวอื่น เราก็เกิดสงสัยว่ามาเจดีย์ห่านป่าใหญ่ทำไมไม่เจอห่านซักตัว

จริงๆ แล้ว แรกเริ่มเดิมทีเจดีย์แห่งนี้มีชื่อว่า "เจดีย์แห่งวัดฉือเอิน (慈恩寺塔)" แต่ในภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "เจดีย์ห่านป่าใหญ่" อันเนื่องมาจากตำนานๆ หนึ่งที่แพร่หลายในเหล่าผู้นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน (อาจาริยวาท)
       
        ตำนานดังกล่าวระบุว่า นานมาแล้วมีวัดแห่งหนึ่ง ณ อาณาจักร Magadha (摩揭陀国; อดีตอาณาจักรแห่งหนึ่งในดินแดนของประเทศอินเดียปัจจุบัน) ตอนเช้าของวันสำคัญทางพุทธศาสนาวันหนึ่ง เมื่อพระสงฆ์ในวัดออกเดินบิณฑบาต แต่กลับไม่มีชาวบ้านออกมาทำบุญกันเท่าใดนัก เมื่อกลับถึงวัด พระสงฆ์รูปหนึ่งจึงกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า
       
        "พระโพธิสัตว์ท่านคงไม่หลงลืมไปนะว่าวันนี้เป็นวันอะไร ... "
       
        ในเวลานั้นเอง ห่านป่าฝูงหนึ่งได้บินผ่านวัด พอคำพูดของพระสงฆ์รูปนั้นกล่าวไม่ทันขาดคำ ก็มีห่านป่าตัวหนึ่งบินแยกตัวออกมาจากฝูง ร่วงตกลงมาตายในบริเวณวัด ทำให้พระทั้งวัดตกตะลึงเป็นอันมาก โดยต่างก็สันนิษฐานกันไปว่า พระโพธิสัตว์ท่านคงได้ยินคำรำพึงรำพันจึงอุทิศร่างหนึ่งของท่านเป็นห่านป่าส่งมาเป็นอาหารให้แก่เหล่าสงฆ์
       
        เมื่อคิดได้ดังนี้ พระสงฆ์ในวัดจึงเลิกรับประทานเนื้อ และได้สร้างเจดีย์หินขึ้น ณ ที่ซึ่งห่านป่าลอยร่วงลงมานอนเสียชีวิตนั่นเอง

           ในวัฒนธรรมจีน 'ห่าน' นั้นนอกจากจะมีความหมายศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาพุทธ ตามตำนานดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ห่านก็ยังเป็นสัตว์ที่มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ถึงการเป็น "ทูตแห่งแห่งข่าวสาร" ด้วย เนื่องจากตั้งแต่โบราณคนจีนเขาช่างสังเกต
       
        เขาสังเกตว่า เวลาห่านบินกันเป็นฝูงนั้นจะบินเป็นรูปตัวอักษรจีนที่แปลว่า "คน (เหริน,เหยิน:人)" ดังนั้นคนจีนจึงเห็นว่า ห่านนั้น คือ ผู้ส่งข่าวสารระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์ เมื่อพบเห็นฝูงห่านบินอยู่บนท้องฟ้าก็แสดงว่าอาจจะมีข่าวสารอะไรสักอย่างส่งมาถึงในไม่ช้า
(ขอขอบคุณข้อมูลเกี่ยวกับตำนานจาก http://www.manager.co.th/China/....)


ข้อมูลเจดีย์ห่านป่าใหญ่ (จาก http://www.abroad-tour.com)

เจดีย์ห่านป่าใหญ่ Big Wild Goose Pagoda หรือ เจดีย์ต้าเอี้ยนถ่าตั้งอยู่ทางทิศใต้ของกำแพงเมืองซีอาน โดยอยู่บนถนนเอี้ยนถ่าลู่ ซึ่งเป็นถนนที่ตัดตรงจากเขต กำแพงเมืองชั้นในลงมา จะมองเห็นองค์เจดีย์เด่นเป็นสง่า องค์เจดีย์นี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 652 ในรัชสมัยจักรพรรดิถังเกาจง (TANG KAO ZHONG) โดยก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ. 648 ในรัชสมัยจักรพรรดิถังไท้จง (TANG TAI ZHONG) พระราชโอรส เจ้าชายหลี่จื้อ (จักรพรรดิถังเกาจงในเวลาต่อมา ทรงครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาในปี ค.ศ. 650) ได้สร้างวัดต้าสือเอินซื่อ (TA SI EN SI) (วัดกตัญญุตาราม) นี้ขึ้นก่อน เพื่อเป็นการทดแทนพระคุณของพระราชมารดา คือ เหวินเต๋อหวงโฮ่ว จากนั้นเมื่อทรงขึ้นครองราชย์แล้วจึงได้สร้างเจดีย์นี้ขึ้นตามคำขอของพระถังซำจั๋ง ในบริเวณวัดดังกล่าว

     องค์เจดีย์มีรูปแบบเรียบง่าย ในศิลปะจีนผสมอินเดีย เดิมนั้นสร้างเพียง 5 ชิ้น แต่เมืองซีอานได้ประสบภัยแผ่นดินไหวมาหลายครั้ง จึงได้มีการบูรณะเรื่อยมาและมีการบูรณะ ใหญ่ในสมัยราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง ปัจจุบันองค์เจดีย์มี 7 ชั้น สูง 64.1 เมตร ฐานขององค์เจดีย์วัดจากตะวันออกไปตะวันตกยาว 45.9 เมตร จากเหนือไปใต้ยาว 48.8 เมตร

ภาพจากเน็ต
      ตามประวัติ เจดีย์ห่านป่าใหญ่ ศาสนสถานโบราณที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในแผ่นดินจีน หลังจากที่พระถังซำจั๋งเดินทางไปยังชมพูทวีปเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกกลับมา ท่านก็ได้พำนักที่วัดต้าเฉียน และเป็นเจ้าอาวาสของวัดนี้ จากนั้นได้มีการสร้างเจดีย์ 5 ชั้นภายในอาณาเขตวัด ภายหลังได้ถูกทำลายลงในสมัยพระนางอู่เจ๋อเทียน พระนางจึงมีพระบัญชาให้สร้างขึ้นใหม่เป็น 10 ชั้น ก่อนจะพังทลายจากแผ่นดินไหวเหลือเพียง 7 ชั้นดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากเจดีย์ห่านป่าใหญ่ ซึ่งสามารถชมวิวข้างบนได้แล้ว ยังมีอนุสาวรีย์พระถังซำจั๋ง หอระฆังทางทิศตะวันออก หอกลองทางทิศตะวันตก พระอุโบสถที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์ หอพระถังซำจั๋งที่มีรูปปั้นสัมฤทธิ์ของท่านในท่านั่งสมาธิ การได้มานมัสการที่วิหารพันปีแห่งนี้จึงนับได้ว่าเป็นสิริมงคลต่อชีวิตอย่างยิ่ง








No comments:

Post a Comment

Thank you!

Post a Comment